“รวมเรื่องราวเร้นลับ เล่าสู่กันฟัง...จากชีวิตจริง
และเรื่องจาก
เด็กอภิญญา อายุ 13
ที่อาจทำให้ทุกท่าน ไม่สามารถหลงลืม
ความหมายของคำว่า " กฏแห่งกรรม "
ไปตราบนานเท่านาน”
รวมเรื่องราวเตือนสติ...จาก เว็ปบอร์ดพลังจิต ณ. เรือนพญานาค
#กระทู้เมื่อ 17-09-2008, 11:22 AM#
ต้องขออภัยที่เข้ามาช้ากว่ากำหนด เนื่องจากฝนฟ้าที่ตกอยู่ทุกวัน เลยไม่สามารถใช้คอมได้
อย่างที่กล่าวไว้ว่า เมื่อหลายวันก่อนมีกัลญาณมิตรที่นี่ส่งข้อความของ ดร.เทพพนม และแผนที่ประเทศไทยส่วนที่จะหายไปมาให้ผู้เขียนอ่านด้วยมิตรไมตรีเป็นการ เตือนภัยล่วงหน้า พอผู้เขียนอ่านก้เลยคิดว่า น่าจะนำมาคุยกันเพื่อความไม่ประมาทส่วนรวม เพราะทุกคำพูดของท่าน ดร.เทพพนม นั้น ตรงกับที่น้องเคยพูดไว้เมื่อเกือบสองปีที่ผ่านมา ซึ่งน้องได้พูดไว้ที่บ้านผู้หลักผู้ใหญ่มียศมีตำแหน่งท่านหนึ่ง และอีกที่ที่น้องบอกไว้คือที่บ้านลูกศิษย์หลวงปู่ที่น้องเคารพ เมื่อครั้งไปกราบเยี่ยมหลวงปู่ท่านตอนที่ท่านมากรุงเทพเมื่อเกือบสองปีที่ ผ่านมาเช่นกัน แต่สิ่งที่น้องบอกนั้นมีส่วนเพิ่มเติม เดี๋ยวเราจะมาพูดกันตอนหลัง ขออนุญาติยกข้อความของท่าน ดร.เทพพนม ที่มีผู้ส่งมาให้อ่านกันอีกครั้งมา ณ ที่นี้
คำทำนายอนาคตโลกจากมนุษย์ต่างดาว
โดยศ.ดร.นพ.เทพพนมเมืองแมน
"จากการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวครั้งล่าสุด(พ.ศ.2550) ด้วยการสื่อสารทางจิต เขา (มนุษย์ต่างดาว) ได้ฉายลำแสงขึ้นฟ้าให้ผมถ่ายเป็นภาพซึ่งตีความหมายได้ว่า อีก 6 ปีข้างหน้าน้ำจะท่วมมหาศาล จนเป็นเมืองใต้บาดาล
แผ่นดินไทยจะหายไปกว่าครึ่งประเทศ ถึงแนวระดับ จ.นครสวรรค์และภาคอีสานตอนบนโดยจะมีพายุงวงช้างนำมาก่อนตามมาด้วยคลื่นยักษ์ และแผ่นดินไหว หลังจากนั้นจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 โดยประเทศมหาอำนาจในตะวันออกกลางและมีอุกกาบาตพุ่งเข้าล้างเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ"ศ.ดร.นพ.เทพพนม เมืองแมน นายกสมาคมเวชพิพัฒน์ กล่าว
การ ที่หยิบยกมาคุยกันนั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นใด ไม่ได้ต้องการมาสร้างกระแสใด ๆ โดยหยิบฉวยคำของท่านอื่น แต่ต้องการให้ผู้ที่เคยอ่านข้อความของ ดร .เทพพนม แล้ว และไม่เชื่อถือ หรือ มีการปรามาสกันเกิดขึ้น หรือผู้ที่อ่านแล้วยังเกิดความลังเลใจว่าจะเชื่อดีหรือไม่เชื่อดี ลองใช้วิจารณญาณดูอีกสักครั้งว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่บุคคลสองคน ไม่เคยรู้จักกันทั้งน้องและ ดร.เทพพนม ซึ่งอยู่คนละทิศคนละที่ แต่ได้พูดถึงสิ่งเหล่านี้ตรงกัน จะเป็นความบังเอิญเกินไปหรือไม่ สมควรที่จะประมาท หรือไม่ประมาทกันต่อไป อันนี้คงต้องแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านที่จะจัดสรรชีวิตของตนเองเพื่อความปลอดภัยในอนาคต
ทุก เรื่องในข้อความนี้ตรงกันหมดกับที่น้องเคยกล่าวไว้ตอนมีผู้ถามน้องเมื่อ เกือบสองปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นปี พ.ศ. ที่จะเกิด พายุ สงครามครั้งที่3 และอุกาบาต แต่น้องบอกไว้ว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นทั่วโลกนับจากนี้ไปเรื่อย ๆ นั้น (รวมทั้งเหตุการณ์สึนามิที่ผ่านมา) เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้น ยังไม่ใช่ล้างใหญ่ ยังไม่ต้องตื่นตระหนกกันมาก วันนั้นยังมาไม่ถึงแม้จะอีกไม่ช้านานก็ตามที ( เราลองมานึกกันดูเองก็แล้วกันนะคะว่า ขนาด แค่ตัวอย่าง ยังระเนระนาดกันแค่ไหนทั่วโลก หากของจริงมาจะเป็นอย่างไร)
และ เมื่อประมาณสี่ห้าเดือนที่ผ่านมา น้องเคยบอกกับผู้เขียนไว้ว่า ปีที่กำหนดไว้ (ที่ตรงกับ ดร. กล่าวนั้น) ที่น้องเคยบอก ตอนนี้เบื้องบนท่านบอกน้องว่าท่านเลื่อนหมายกำหนดแล้ว แต่น้องไม่สามารถบอกได้ว่า ปีใด ในครั้งนี้ เพราะถามท่านเท่าไรท่านก็ไม่ยอมบอกเหมือนครั้งก่อนแล้ว น้องบอกว่า ท่านกล่าวประโยคเดียวว่า เหตุที่เลื่อน เพราะมนุษย์รู้กันมากเกินไปแล้ว......น้องบอกว่า ไม่ทราบว่า จะเลื่อนหดระยะเวลาเข้า หรือยืดเวลาออกไป ก็คงต้องมา นั่งภาวนากันหล่ะขอให้ยืดออก ขยายเวลาเกิดขึ้นออกไปก้แล้วกัน เพราะลำพังกำหนดเดิมที่รู้ ๆ ยังคงเตรียมการณ์อะไรแทบไม่ทันด้วยซ้ำ
น้อง บอกเสมอว่า เบื้องบนท่านไม่ได้ใจร้ายนะคุณแม่ เพราะมนุษย์ทำตัวเองทั้งนั้น ท่านพยายามเตือนทางอ้อมแล้ว แต่มนุษย์เองที่ยังตกอยู่ในความประมาทในทุกเรื่อง พอมาพูดถึงตรงนี้ ผู้ เขียนเองอยากวิงวอนท่านผู้อ่านที่มีญาติ หรือมิตรสหายที่ทำกิจการฟาร์มจระเข้ หรือเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงจระเข้ ขอความกรุณาเตือนถึงภัยที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า ขอท่านเจ้าของกรุณาสละทรัพย์ของท่านอีกสักนิด สร้างตาข่ายปิดส่วนบนของปากบ่อที่เลี้ยงจระเข้ของท่าน เพราะเมื่อถึงวันนั้น น้องเคยพูดเสมอ ๆ ว่า เขาเห็นคุณค๊อค เหล่านี้ลอยเต็มเกลื่อนเมืองไปหมดทุกระแหง ทุกชีวิตจะไม่ปลอดภัย น้องบอกว่าเบื้องบนท่านพยายามเตือนเรื่องนี้ให้มนุษย์รู้หลายครั้งแล้วเป็น ตัวอย่าง (ตอนที่เกิดอุทกขภัยและมีจระเข้หลุดออกมาทั้งในประเทศและต่างประเทศ) แต่มนุษย์ก็ยังตกอยู่ในความประมาทเองเป็นที่ตั้ง ก็ ขอให้ท่านผู้อ่านช่วย ๆ กัน อย่างน้อยหากไม่ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ก็ขอให้ทำเพื่อคนที่คุณรักและครอบครัวเถิด อย่าให้เป็นเช่นสุภาษิต วัวหายแล้วจึงค่อยล้อมคอก ถึงเวลานั้นคงล้อมกันไม่ไหว ก็ฝากวิงวอนเตือนมา ณ ที่นี้ล่วงหน้า
ส่วน ภาพแผนที่ประเทศไทยส่วนที่หายไปนั้น ผู้เขียนให้น้องดูว่าจะขนาดนั้นเชียวหรือ น้องบอกว่า ใช่ แต่ที่ภาพนั้นยังไม่สมบูรณ์ จะมีอีกสองส่วนที่จะหายไปด้วยในแผนที่นั้น น้องชี้ไปที่แผนที่ส่วนที่จะหายเพิ่มไปอีก 2 จุด แต่ผู้เขียนต้องขออภัยจริง ๆ เพราะว่าไม่ชำนาญเรื่องไอที จึงไม่ทราบว่าจะก๊อปภาพนั้นมาและชี้ส่วนที่จะหายเพิ่มไปให้เห็นได้อย่างไร ก็ขอบอกคร่าว ๆ ลองไปนึก ๆ ภาพเอาเองก็แล้วกันนะคะ ส่วนที่จะหายเพิ่มไปคือฝั่งขวาสุดของพื้นที่ตรงส่วนนั้นอีกพอสมควรทีเดียว และทางใต้ที่เห็นส่วนที่เหลือ ซีกขวาของส่วนที่เหลือนั้นจะแหว่งหายเพิ่มไปอีก
มี อีกเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติ ที่น้องบอกและอยากจะเล่าสู่กันฟัง ให้ลองเก็บคำพูดไปประมวล และคิดดูกันนะคะ ว่าเรื่องภัยพิบัติที่หลายท่านอาจมองเป็นเรื่องเหลวไหลนั้น น่าจะเป็นเช่นไรต่อไป
หลาย เดือนก่อน น้องได้สื่อสารกับ พระยาอนุวัติราชนิยม หรือที่ชาวบ้านคนไทย หรือคนไทยเชื้อสายจีนเรียกท่านติดปากกับบรรดาศักดิ์เดิมของท่านก่อนสิ้นว่า พระอนุวัติราชนิยม ซึ่งได้เสียชีวิตไปนานหลายร้อยปีแล้วและก็ยังเป็นที่เคารพสักการะของคนไทย กันอยู่ ณ ปัจจุบัน ผู้เขียนพูดถึงท่านขณะขับรถอยู่ ณ วันนั้น ทันทีที่น้องได้ยินชื่อน้องสามารถติดต่อสื่อสารกับท่านได้ทันที และสามารถพูดประวัติของท่านออกมาให้ผู้เขียนฟัง โดยบอกว่าท่านเป็นคนพูดเล่าให้น้องฟังอยู่ ณ ขณะนั้นชนิดคำต่อคำได้ถูกต้องหมด ผู้เขียนเองยืนยันกับน้องว่าท่านเป็นใหญ่ในสมัย ร. 5 เพราะเคยฟังคุณแม่เล่าให้ฟังสมัยผู้เขียนยังเป็นเด็ก ๆ แต่น้องแย้งว่าไม่ใช่ ผู้เขียนพูดผิด เพราะท่านบอกว่าท่านเป็นใหญ่ในสมัย ร. 6 พอผู้เขียนกลับมาค้นประวัติท่านดูก็ใช่จริง ๆ สมัย ร.6 จริง ๆ ตามที่น้องบอก น้องบอกสีเสื้อผ้าที่รูปปั้นสักการะของท่านถูกหมดทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักและไม่เคยไปเห็นมาก่อนเลย ผู้เขียนเองก็จำไม่ได้แล้ว เพราะไม่ได้ไปมาเกือบยี่สิบกว่าปีแล้ว จึงพาน้องไปพิสูจน์ ซึ่งก็พบว่าจริงอย่างที่น้องบอกทุกอย่าง แถมเมื่อไปถึงที่สักการะท่าน น้องยังเห็นเท้าเสือขาวคู่ใจของท่านในอีกมิติ ยื่นโผล่ออกมาให้น้องเห็นด้านข้างรูปปั้นท่านด้วย แต่น้องไม่ทราบและถามผู้เขียนว่าขาอะไรใหญ่ ๆ สีขาวเหมือนขาแมว แต่ใหญ่มาก ๆ อยู่ข้าง ๆ รูปปั้นท่าน พอน้องเห็นเขาก็รีบชักขาหลบกลับหายไป ผู้เขียนจึงรู้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าท่านสื่อสารกับน้องจริง ๆ เพราะน้องไม่เคยทราบมาก่อนว่า ท่านเลี้ยงเสือขาวคู่บารมีไว้ตัวหนึ่ง ตอนท่านมีชีวิตท่านรักเสือตัวนี้มาก และเสือตัวนี้ก็รักท่านมากเช่นกัน ที่ผู้เขียนทราบเพราะท่านคือ คุณตาทวดของผู้เขียนเอง ผู้เขียนเป็นเหลนสายเลือดแท้ ๆ ของท่านรุ่นที่ 3 ที่พูดมาไม่มีอะไร แต่เพื่ออยากจะบอกสิ่งที่ท่านกล่าวกับน้องไว้ในวันนั้นว่า......
....." ที่ ท่านยังไม่ยอมไปเกิด แม้เวลาผ่านมาหลายร้อยปีแล้วก็ตาม เพราะท่านรักแผ่นดินไทยมาก จนสามารถให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับแผ่นดินไทยนี้ได้หมดแม้ชีวิตก็พร้อมยอม ท่านบอกน้องว่า เจ้าจงบอกแม่ของเจ้านะว่า อีกไม่ช้านานแผ่นดินไทยนี้จักไม่มีความน่าอยู่หลงเหลืออยู่อีกเลยแม้แต่น้อย นิดแห่งผืนดิน เมื่อถึงเวลานั้นที่สายน้ำจะทำลายทุกอย่างไป เพชรนิลจินดาเงินทองของมีค่าจะเกลื่อนกลาดชนิดหาคุณค่าไม่ ผู้คนจะลำบากอดอยากยากไร้ เสมอภาคเท่าเทียมกันหมด แม้แผ่นดินส่วนที่เหลือก็จักหาความน่าอยู่หลงเหลืออยู่ไม่ เมื่อใกล้เวลานั้นมาถึงให้เจ้าพาแม่และครอบครัวของเจ้าไปอยู่แผ่นดินไกลจาก แผ่นดินไทยเสีย แผ่นดินเพื่อนบ้านห้ามไปเด็ดขาด นั่นแลจึงจักรอดปลอดภัยจากความทุกข์ยากนั้น......"
ก็ขอให้ทุกท่านลองประมวลกันดูจากคำกล่าวของหลาย ๆ ที่ ด้วยวิจารณญาณว่าจะเชื่อหรือไม่คงสุดแท้แต่กรรมกำหนดของแต่ละท่านผู้อ่าน
ผู้ เขียนเองคงนำมาเตือนกันได้เพียงแค่นี้ คงไม่อาจกล่าวอะไรได้มากไปกว่านี้แล้ว ก็ขอให้ข้อความครั้งนี้มีประโยชน์กับชีวิตส่วนรวมของเพื่อนมนุษย์ในภายภาค หน้าได้บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ.....สาธุ
ด้วยความปรารถนาดี
ศศิริยะ

โดย....ศศิริยะ
จัดทำโดย....อชิรญาณ์กรุ๊ป
วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ
โดย บริษัท อมรินทร์บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด
( ร้าน นายอินทร์ ซีเอ็ดบุ๊ค และร้านอื่น ๆ ทั่วประเทศ)
หากไม่พบหนังสือ ท่านสามารถติดต่อสอบถามสั่งซื้อได้จาก
แคชเชียร์ทุกร้าน และสอบถามได้ว่าเหลืออยู่ที่ร้านสาขาใดบ้าง
ส่งท้ายปีเก่า....ต้อนรับปีใหม่....ให้สิ่งดี ๆ กับชีวิต
คิดดี...พูดดี...ทำดี...เริ่มต้นวันนี้...ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป.