“รวมเรื่องราวเร้นลับ เล่าสู่กันฟัง...จากชีวิตจริง
และเรื่องจาก
เด็กอภิญญา อายุ 13
ที่อาจทำให้ทุกท่าน ไม่สามารถหลงลืม
ความหมายของคำว่า " กฏแห่งกรรม "
ไปตราบนานเท่านาน”
รวมเรื่องราวเตือนสติ...จาก เว็ปบอร์ดพลังจิต ณ. เรือนพญานาค
# กระทู้เมื่อ :12-07-2008, 08:47 AM #
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดย k.kwan อ่านข้อความ
เมื่อ กล่าวถึงญาณทัศนะของหลวงปู่สิม พุทธาจาโรแล้ว ทำให้ผู้เขียนอดระลึกถึงพระอภิญญาองค์อื่นๆ ไม่ได้ การที่ผู้เขียนวนเวียนอยู่ตามสำนักครูบาอาจารย์สายพระป่านั้น ทำให้ได้พบเห็นและรู้จักพระอภิญญาหลายองค์ จึงตระหนักชัดไม่มีข้อสงสัยแม้แต่น้อย เกี่ยวกับเรื่องอภิญญาในพระไตรปิฎก ทราบซึ้งแก่ใจว่า การจารึกเรื่องราวเกี่ยวกับอภิญญาในพระไตรปิฎก ไม่ใช่เป็นอุบายดึงให้คนเคารพศรัทธาในพระศาสนา แต่เป็นการกล่าวความจริงล้วนๆ เพราะพระพุทธศาสนานั้น โดยเนื้อแท้แล้วก็น่าเคารพศรัทธาเต็มเปี่ยมในจิตใจอยู่แล้ว ไม่ต้องนำเรื่องอภิญญาหรือปาฏิหารย์มาเป็นอุบายล่อให้คนศรัทธา และมีแต่ของจอมปลอมหลอกลวงเท่านั้น จึงต้องอาศัยอุบายล่อลวงให้คนนับถือ
“พระพุทธเจ้าทรงสอนทางสายกลาง
คือท่านสอนให้เรารู้ทุกข์
และละสมุทัย คือตัณหา
แต่พวกเราส่วนมากมักจะมีตัณหา
คือความอยากที่จะละทุกข์
อันเป็นเรื่องสวนทางกับธรรม
ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้”
“…อายพ่อแม่ครูอาจารย์…
เสียแรงที่ท่านลำบากขันธ์ ทรมานกาย
อยู่สั่งสอนเรา อีกอย่างหนึ่ง
ผมคิดว่ากิเลสของใคร คนนั้นก็ต้องต่อสู้เอง
ไม่ใช่ฝันลมๆ แล้งๆ ว่าจะได้ฟังธรรมเด็ดๆ
แล้วชนะกิเลสโดยไม่ต้องต่อสู้
หรือเพียงแค่พึ่งธรรมของพ่อแม่ครูอาจารย์
ไม่ต้องพึ่งตนเอง เพราะธรรมะของ
พระพุทธเจ้านั้น ไม่มีธรรมะฟลุ้กๆ
มีแต่ธรรมที่ต้อง "ทำ" เอาทั้งสิ้น”
ยวกับเรื่องอภิญญาในพระไตรปิฎก ทราบซึ้งแก่ใจว่า การจารึกเรื่องราวเกี่ยวกับอภิญญาในพระไตรปิฎก ไม่ใช่เป็นอุบายดึงให้คนเคารพศรัทธาในพระศาสนา แต่เป็นการกล่าวความจริงล้วนๆ เพราะพระพุทธศาสนานั้น โดยเนื้อแท้แล้วก็น่าเคารพศรัทธาเต็มเปี่ยมในจิตใจอยู่แล้ว ไม่ต้องนำเรื่องอภิญญาหรือปาฏิหารย์มาเป็นอุบายล่อให้คนศรัทธา
ผมคิดว่ากิเลสของใคร คนนั้นก็ต้องต่อสู้เอง
ไม่ใช่ฝันลมๆ แล้งๆ ว่าจะได้ฟังธรรมเด็ดๆ
แล้วชนะกิเลสโดยไม่ต้องต่อสู้
เพราะธรรมะของ
พระพุทธเจ้านั้น ไม่มีธรรมะฟลุ้กๆ
มีแต่ธรรมที่ต้อง "ทำ" เอาทั้งสิ้น
....... ผู้เขียนอ่านข้อความในข้างต้นที่ยกมาและเน้นตัวแดงให้ท่านผู้อ่านได้กลับมา อ่านอีกครั้ง สำหรับตัวผู้เขียนเองรู้สึกว่าธรรมที่ท่านพระอาจารย์ปราโมทย์ให้นั้น " สุดยอด "
จึง ต้องเน้นตัวแดงให้อ่านกันให้ชัดอีกที เพราะหากอ่านเพียงผ่านตา ไม่ทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง ก็อาจแปลความไปได้ไม่ตรงประเด็นวัตถุประสงค์ของท่านได้อีกเช่นกัน
ผู้ เขียนไม่เคยพบพระอาจารย์ปราโมทย์เป็นการส่วนตัว แต่เคยได้ซีดีบรรยายธรรมของท่านมาเป็นสิบแผ่น เปิดฟังแล้วรู้สึกชื่นชอบชื่นชมศรัทธาในธรรมที่ท่านให้แก่พุทธศาสนิกชนรุ่น หลังเสมอมา จึงเปิดฟังอยู่บ่อยครั้งและแจกให้บุคคลที่เรารักและปรารถนาดีได้ฟังกันด้วย บ่อยมาก
ท่านสามารถใช้ภาษาที่ฟังแล้วเข้าใจง่าย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
ฉะนั้นหากเราฟัง หรืออ่านตัวหนังสือใดก็ตามด้วยสติ และความเข้าใจ มิใช่เพียงอ่านผ่านตา ตามอารมณ์อยากแต่ไม่เข้าใจ เราก็จักได้รับความรู้ตรงนั้นอย่างเต็มเปี่ยมและถูกต้องด้วยเช่นกัน สาธุ
ศศิริยะ (จริงใจ ชัดเจน ลงชื่อจริงผู้เขียนทุกครั้ง สาธุ อีกที)

โดย....ศศิริยะ
จัดทำโดย....อชิรญาณ์กรุ๊ป
วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ
โดย บริษัท อมรินทร์บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด
( ร้าน นายอินทร์ ซีเอ็ดบุ๊ค และร้านอื่น ๆ ทั่วประเทศ)
หากไม่พบหนังสือ ท่านสามารถติดต่อสอบถามสั่งซื้อได้จาก
แคชเชียร์ทุกร้าน และสอบถามได้ว่าเหลืออยู่ที่ร้านสาขาใดบ้าง
ส่งท้ายปีเก่า....ต้อนรับปีใหม่....ให้สิ่งดี ๆ กับชีวิต
คิดดี...พูดดี...ทำดี...เริ่มต้นวันนี้...ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป.