“รวมเรื่องราวเร้นลับ เล่าสู่กันฟัง...จากชีวิตจริง
และเรื่องจาก
เด็กอภิญญา อายุ 13
ที่อาจทำให้ทุกท่าน ไม่สามารถหลงลืม
ความหมายของคำว่า " กฏแห่งกรรม "
ไปตราบนานเท่านาน”
รวมเรื่องราวเตือนสติ...จาก เว็ปบอร์ดพลังจิต ณ. เรือนพญานาค
#กระทู้เมื่อ :13-05-2009, 11:02 AM #
อ้างอิง: ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ นางณัฏยากร ไทรแก้ว อ่านข้อความ
สวัสดีค่ะพี่กุ๊ก....กะว่าจะไปบวชช่วงปลายเดือนนี้นะค่ะ....แต่ถ้าหากยังติดสอบอยู่.....ก็จะเลื่อนไปเป็นต้นเดือนหน้าค่ะ....
....การไปถือศิลบวชปฏิบัติธรรมที่วัดนั้น
ก่อนอื่นไม่ใช่กายพร้อมอย่างเดียว
ใจต้องพร้อมด้วยนะคะ เราต้องรู้ตัวก่อนนะ ว่าเราเข้าไปเพื่ออะไร
ทุกก้าวย่างที่เราเดินเข้าไป ตั้งแต่ก้าวแรกพลังบุญเกิดขึ้นทั้งสิ้น
ไม่ว่าเราจะเข้าไปปฏิบัติสิ่งใด ๆ แม้ช่วยกวาดเก็บใบไม้เพียงหนึ่งใบในสถานที่แห่งนั้น อานิสงฆ์แห่งบุญเกิดขึ้นตลอดเวลาแล้ว
และต้องทำใจรับกับทุกสถานที่ให้ได้ ว่าไม่ได้เข้าไปสุขสบายเหมือนอยู่ที่บ้านเราเอง ทุกที่ล้วนมีกฏระเบียบที่แตกต่างกันไป
ผู้คนที่ไปปฏิบัติก็มาจากหลากหลายรูปแบบหลากหลายอารมณ์
เราต้องยอมรับวางใจเป็นกลางให้ได้ รับให้ได้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพบเจอในขณะปฏิบัติธรรม ทำใจให้ว่าง ละซึ่งอารมณ์ต่าง ๆ ให้ได้จริง ๆ เมื่อนั้นแล พลังบุญจึงจักเกิดขึ้นเต็มร้อยนะคะ ขอให้ทุกท่านที่อยากไปปฏิบัติธรรมพึงระลึกตรงนี้ให้ได้ด้วย
ศิเองเคยเข้าไปเดินเล่น เคยรับรู้เคยเห็นตัวอย่างมามากมาย
บางท่านเข้าไปปฏิบัติธรรมแต่ไม่ได้ผลบุญอะไรติดตัวกลับมาเลย
เหมือนบางรายนั่งสมาธิท่าสวยเชียวแต่ใจไม่ได้เกิดสมาธิแบบนั้น
บุญกุศลย่อมไม่เกิดขึ้น หรือเกิดน้อยริบรี่เต็มที ก็เพราะใจไม่ได้ทำ
บางท่านเข้าไปปฏิบัติ พอไปพบเจอความสบายน้อยกว่าบ้าน
ก็ระงับอารมณ์ไม่ได้ ใครพูดสอนมากหน่อยก็โมโห
บางรายไปนั่งทะเลาะกันในสถานปฏิบัติธรรม
บางรายไม่พอ ไปอวดวางตัวตั้งตัวอยากเป็นหัวหน้ากลุ่มผู้ปฏิบัติด้วยกัน
อยากเป็นใหญ่ว่างั้นเถอะ ใครพูดคำด่ากลับโมโหกลับ
หากเป็นแบบนี้ขอบอกว่า ทุกอย่างที่ทุ่มเทเสียเวลาเข้าไป สูญเปล่า
พลังบุญไม่เกิดแน่นอนค่ะ
เราต้องทำใจให้ได้ว่า แม่ชีก็ดี พระก็ดีที่มาสอนเรา
ท่านไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจากเรา ท่านยังไม่บรรลุอรหันต์
ฉะนั้นบางครั้งเมื่อคนมาก เรื่องก็มาก อารมณ์ก็เกิดเป็นธรรมดา
บางรายที่เห็น แม่ชีพูดสอนแรงไปนิด ก็ไปโมโหแม่ชีกลับ
ไปน้อยใจ เสียใจสารพัด ด่าว่าแม่ชีกลับ
ต้องถามตัวเองให้ได้ก่อนว่าเรามาเพื่อเกิดอารมณ์ฉะนี้หรือ
แบบนี้ใช้ไม่ได้นะคะ สูญเปล่า
เราต้องวางใจให้ปล่อยวางให้ได้ในระหว่างปฏิบัติ
อะไรจะมากระทบก็ช่าง เราต้องทำให้ทุกอย่างเป็นอากาศธาตุให้หมดในขณะนั้น อย่าไปรู้สึกร่วมในกิเลสอารมณ์
พยายามควบคุมสติให้อยู่กับการเจริญสติทุกวินาที
หรือให้ได้มากที่สุด
สงบ นิ่ง ปล่อยวาง
แล้วอย่าเข้าไปนั่งคุยปรึกษาหารืออะไรเรื่องส่วนตัวกันในนั้น
ปัญหา ความทุกข์ทุกอย่างต้องทิ้งออกไปให้หมดในช่วงเวลานั้นนะคะ
นั่นแหล่ะค่ะ การปฏิบัติจึงจักสมบูรณ์
กลับออกมาแบบไม่เสียเวลาไป
มีครั้งหนึ่งพี่ศิไปกราบพระบรมสารีริกธาตุที่ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง
ก็เจอผู้เข้าไปปฏิบัติรายหนึ่งไปนั่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์อยู่ในนั้น
ด้วยการคอยนำกระดาษแนะนำการสักการะมาให้
แล้วก็นั่งมองว่าผู้ที่เข้าไปสักการะจะทำตามกระดาษนั้นหรือไม่
ศิก็สักการะตามเรื่องของศิ ก็ไม่ได้สนใจอะไรกับข้อความในกระดาษนั้น
แต่ทราบล่ะว่าเขาคิดอะไรอยู่ข้างหลัง
เสร็จก็ลุกขึ้นกำลังจะออกจากสถานที่นั้น
ก็เห็นเขามองจ้องหน้าศิด้วยกิริยาบอกบุญไม่รับ เหมือนจะฆ่าจะกินเลือดกินเนื้อศิ (555) แล้วก็เสียงตำหนิติเตียนในใจตามมาอีกเป็นกระบุง แบบไม่ละวางสายตาจากเรา
แบบนี้ขอบอกเตือนน้อง ๆ ทุกท่านนะคะ ว่าอย่าทำนะ
หากทำนอกจากบุญ ท่านจะไม่ได้แล้ว ยังเกิดกรรมติดตัวตามมาอีก
ซึ่งกรรมที่เกิดในระหว่างปฏิบัติธรรมนี่ ถือว่ามากกว่าตอนดำเนินชีวิตปกติประจำวันนะคะหลายเท่าตัว ต้องระวังกันสักนิด
การทำแบบนี้ถือว่าไม่เกิดความเข้าใจว่าที่ตัวเองเข้าไปใส่ขาวปฏิบัติธรรมนั้น
เข้าไปทำอะไร เพื่ออะไรกับชีวิต
ก็ไม่ได้ตำหนิอะไรเขา ก็ยิ้มให้เขาด้วยความเมตตา
ยิ่งยิ้มเขาก็ยิ่งจ้องเข่นเขี้ยวตาไม่กระพริบ 5555
ปล่อยวาง ไม่ได้ถือโกรธถือโทษใด ๆ
ทุกอย่างคืออากาศธาตุทั้งหมดนั้นแล
กับทุกสิ่งที่ตกกระทบ
บุญจึงจักเกิดมากมายมหาศาล
สาธุ
โชคดีนะคะ หนูจิ๊บ
ขอให้ได้เก็บเกี่ยวบุญกลับมาเยอะ ๆ ดังตั้งใจนะคะ

โดย....ศศิริยะ
จัดทำโดย....อชิรญาณ์กรุ๊ป
วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ
โดย บริษัท อมรินทร์บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด
( ร้าน นายอินทร์ ซีเอ็ดบุ๊ค และร้านอื่น ๆ ทั่วประเทศ)
หากไม่พบหนังสือ ท่านสามารถติดต่อสอบถามสั่งซื้อได้จาก
แคชเชียร์ทุกร้าน และสอบถามได้ว่าเหลืออยู่ที่ร้านสาขาใดบ้าง
ส่งท้ายปีเก่า....ต้อนรับปีใหม่....ให้สิ่งดี ๆ กับชีวิต
คิดดี...พูดดี...ทำดี...เริ่มต้นวันนี้...ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป.