ปาฏิหาริย์ แรงบุญ-แรงกรรม ใครว่าไม่มีจริง

รวมเรื่องราวเร้นลับ เล่าสู่กันฟัง...จากชีวิตจริง
และเรื่องจาก
เด็กอภิญญา อายุ 13
ที่อาจทำให้ทุกท่าน ไม่สามารถหลงลืม
ความหมายของคำว่า " กฏแห่งกรรม "
ไปตราบนานเท่านาน

ปาฏิหาริย์ แรงบุญ-แรงกรรม

รวมเรื่องราวเตือนสติ...จาก เว็ปบอร์ดพลังจิต ณ. เรือนพญานาค


# กระทู้เมื่อ : 23-05-2008, 10:01 PM #

ยังอยู่ค่ะ ยังไม่ได้หายไปไหน ก่อนอื่นคงต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในบทความของผู้เขียน ซึ่ง ถ้าเทียบกับของท่านอื่น ๆ คงจะถือได้ว่าบทความที่ผู้เขียนเขียนขึ้นนั้น ค่อนข้างด้อยด้วยภูมิปัญญาทางธรรมชนิดเทียบผู้อื่นไม่ติดเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อได้รับการต้อนรับอย่างมากมายก็ถือว่าเป็นความน่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่อย่างน้อยบทความนี้สามารถเป็นประโยชน์ทางธรรมและการดำเนินชีวิตกับทุกท่านได้บ้างไม่มากก็น้อย และต้องขอขอบคุณทีมงานเวปพลังจิตที่เมตตาช่วยแก้ไขตัวอักษรให้แลดูน่าอ่าน ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ผู้เขียนก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่ได้มีภูมิปัญญา ความเป็นผู้รู้ทางธรรมอะไรมากมาย แทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ จุดประสงค์ที่เขียนและนำมาลงให้ทุกท่านได้อ่าน ก็ไม่ได้คาดหวังเพื่อสร้างกระแสใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เมื่อชีวิตของตัวเองบังเอิญเดินไปสะดุดกับสิ่งต่าง ๆ ที่ใคร ๆ คิดว่าไม่น่าจะมีจริง ซึ่งจริง ๆ มีจริง ก็เลยอยากจะเผยแพร่เล่าสู่กันฟัง หวัง เพียงอาจมีกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่อ่านแล้วจะได้หันมาดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทในกรรมทั้งหลายทั้ง ปวง มุ่งมั่นสร้างกุศลกรรมดีเพื่อให้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดที่มีแต่ความ ทุกข์ในโลกใบนี้ ไปสู่พระนิพพานในที่สุด และ จะได้ทราบว่าสิ่งที่ใคร ๆ คิดว่ามันไม่มีจริง อย่างน้อยก็มีผู้หญิงคนนี้หนึ่งคนหล่ะที่มีโอกาสได้เจอะได้เจอมาแล้วหลาย หลาก ซึ่งหากมีโอกาสก็คงจะกลับมาเล่าให้ทุก ๆ ท่านได้อ่านได้รับรู้กันด้วยชื่อเรื่องที่มีสัญญลักษณ์ประโยคประจำตัวที่ ต้องลงท้ายว่า....ใครว่าไม่มีจริง เสมอๆ ยังไงก็อย่าลืมคอยมองชื่อเรื่อง.....ใครว่าไม่มีจริง by sasiriya เรื่องต่อไปแล้วเข้ามาอ่านให้กำลังใจกันบ้างนะคะ ตอนนี้พยายามรวบรวมบันทึกข้อมูลทั้งหมดเก็บไว้ให้น้องเขาอ่านด้วยตัวเองที่ทุก ๆ ท่านโพสเข้ามา คงใช้เวลาหน่อยค่ะ อยาก ให้ทุก ๆ ท่านที่กำลังมีความทุกข์ รวบรวมสติ ทำใจให้นิ่ง อย่าไปตื่นกับความทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้น เพราะความทุกข์มันไม่ได้มาจากไหนหรอกค่ะ มันอยู่ที่ใจเรานี่แหละ เมื่อเรารู้ว่าชีวิตเกิดมาพร้อมกรรมเป็นที่ตั้งแล้ว ก็วางเฉยกับมันซะ ระหว่าง ที่ยังไม่สามารถหาทางแก้ไขได้อย่างทันทีทันใด ก็พยายามค่อย ๆ ผ่อนหนักเป็นเบา อย่าเอาใจไปดิ้นรน มันจะยิ่งทุรนทุรายกับทุกข์หนักขึ้น สวดมนต์ ทำบุญ สร้างกุศล นั่งสมาธิ แผ่ให้เจ้ากรรมนายเวรต้นเหตุแห่งทุกข์ไปเรื่อย ๆ ก่อน ก็ เปรียบเสมือนเงินต้นยังไม่มีคืน ก็ทยอยจ่ายดอกเบี้ย เพื่อให้สถาณการณ์เบาขึ้นไปพลาง ๆ การเจริญสมาธิกรรมฐานเป็นการสร้างมหากุศลเกิดพลังบุญที่มหาศาล จริงอยู่ แต่ต้องทำด้วยจิตที่นิ่งพอ ไม่ใช่สมาธิแต่ท่านั่ง ใจไปอยู่ไหน อัน นี้ทำไปก็ได้ผลน้อยนัก จึงเป็นที่มาที่ต้องดับที่ต้นเหตุแห่งกรรม หากว่านพืชไปเรื่อยวันละเม็ดสองเม็ด วันใดเล่าจึงจักเต็ม เพราะทุกท่านคงต้องยอมรับว่าทุกท่านไม่สามารถปฎิบัติให้เกิดผลเท่าเทียมกัน ได้ด้วยจิตที่นิ่งบ้างไม่นิ่งบ้าง บังเอิญ ในบทความผู้เขียนรีบไปหน่อยเลยชี้แจงรวบรัดตัดความไม่ค่อยละเอียด จึงทำให้บางท่านเกิดความสงสัยสับสน บางท่านลูกสาวผู้เขียนก็ให้ไปปฎิบัติสมาธิเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่สถานที่และระยะเวลา ตาม แต่ละกรณีของกรรมเวรของผู้นั้น และตามแต่ที่เจ้ากรรมนายเวรต้องการ ซึ่งตรงนี้เราต้องทำความเข้าใจว่า ในโลกของวิญญาณหรืออีกมิติ เขาก็เหมือนมิติมนุษย์เรานี่แล มีทั้งคนดี คนไม่ดี คนดีเวลาเราทำอะไรผิด แค่ขอโทษคำเดียวเขาก็อภัยให้แล้ว แต่คนไม่ดี ขอโทษก็แล้ว ชดใช้ค่าเสียหายให้แล้วยังไงก็ไม่เลิกอาฆาตราวีก็มี เมื่อ ได้สัมผัสจริงแล้วทำให้รู้ว่า ถ้าเรานั่งทำบุญเหวี่ยงแห จริงอยู่กุศลเกิดแน่นอน แต่จะปลดพันธนาการกรรมได้ช้าหรือเร็ว เราไม่สามารถกำหนด เสมือนเราไม่รู้ใจเขานั่นเอง ก็ ตั้งหน้าทำกันต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าเขาจะพอใจ แต่ถ้าเราสามารถรู้แบบที่ผู้เขียนยกมาเรารู้ว่าเขาต้องการเท่าไหร่ ให้ไปเสร็จก็จบตามความต้องการของเขา มันจบเร็วกว่าตรงเป้าหมายกว่าเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรมหัศจรรย์มากมาย หลายท่านอาจสงสัยอีกว่าถ้านั่งสมาธิทำไมที่บ้านไม่ได้หรือ ทำไมต้องไปที่วัด หรือห้ามซ้ำที่ ลูก สาวผู้เขียนเคยบอกว่า อยากนั่งอยู่ที่บ้านที่เดียวก็ได้นะ แต่ผลที่เกิดพลังกุศลมันต่างกันชนิดเทียบไม่ติด ก็คงต้องว่ากันไปตามเขาเพราะผลมันเห็นกันมามากแล้วว่าจริง และลืมไม่ได้เลย ที่ผู้เขียนต้องขอขอบคุณท่านกัลยาณมิตรทุก ๆ ท่านที่ทรงความเป็นผู้รู้ ที่ได้เข้ามาช่วยตอบสนทนาธรรมกับท่านผู้อ่าน ฉะนั้น ในคำตอบของท่านผู้รู้ทุกท่านผู้เขียนถือเป็นคำตอบเอกฉันท์ตามนั้น คงไม่มีอะไรที่ต้องตอบคำถามซ้ำ เพราะคำตอบเหล่านั้นล้วนมากด้วยภูมิปัญญาแห่งการเป็นผู้รู้ทางธรรม ที่ผู้เขียนเองหามีไม่ อย่างไรก็ดี ขอท่านผู้รู้กรุณาเข้ามาให้ธรรมกับเพื่อน ๆ กัลยาณมิตรต่อไปด้วยนะคะ น้อง ฝากบอกว่าจะพยายามอ่านให้ครบทุกข้อความและตอนปิดเทอมค่อยมาคุยกันนะคะ ตอนนี้ลืม ๆ เรื่องน้องเขาไปก่อนบ้างก็ดีค่ะ เพราะอะไรที่เราตั้งใจจดจ่อมากไปก็อาจเข้าสู่สภาวะตึงเครียดกระวนกระวายได้ เหมือนกัน ฝาก บทความเรื่องแรกที่ผู้เขียนเคยลงไว้เมื่อหลายเดือนก่อนไว้สำหรับท่านที่ยัง ไม่เคยอ่าน ไว้ลองอ่านเล่น ๆ ช่วงรอน้องปิดเทอมกันไปก่อนก็แล้วกันนะคะ ท้าย นี้ขอให้ท่านกัลยาณมิตรทุกท่านเจริญด้วยบุญ เจริญด้วยกุศล เจริญในธรรมกันยิ่ง ๆ ขึ้นนะคะ สาธุค่ะ (แล้วจะมาใหม่นะคะ โชคดีทุกท่านค่ะ) *********************************************************************
นรก...ใครว่าไม่มีจริง ภาพ วาดและเรื่องเล่าในเมืองนรก ที่ทุกท่านรวมทั้งผู้เขียนเห็นจนชินตามาตั้งแต่เด็ก แม้จะเป็นภาพที่แลดูน่ากลัว น่าสยดสยองเพียงใดก็ตามแต่ใจผู้เขียนก็ยังคิดว่าเป็นเรื่องที่แต่งเติมสีสัน ให้แลดูน่ากลัว เพื่อเป็นเครื่องอุทาหรณ์เตือนใจมนุษย์ให้ละอายและเกรงกลัวต่อบาปเพียงเท่า นั้น หาใช่เรื่องจริงไม่ และก็คิดเช่นนี้เสมอมา จนกระทั่งเวลาผ่านไป จนผู้เขียนได้มีโอกาสเจอะเจอกับสิ่งเหลือเชื่อทางนิมิตมากมาย ซึ่งทุกนิมิตที่พบเจอ กลับกลายเป็นเรื่องจริงทุกเรื่อง แตกต่างกันตรงที่เวลาที่เกิดหลังจากนิมิต ช้า-เร็วเท่านั้น ที่กำหนดเวลาไม่ได้ แม้กระทั่งเรื่องราวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวผู้เขียนเลย แต่มันก็เกิดขึ้นจริง และมีผู้รับรู้รอบข้างจำนวนหนึ่งที่คอยเป็นสักขีพยาน คอยร่วมพิสูจน์สิ่งที่เกิดขึ้นจากนิมิตของผู้เขียนด้วยทุกครั้ง........ เกือบสามสิบปีที่ผ่านมาที่ผู้เขียนเคลือบแคลงใจมาโดยตลอดว่า เป็นไปได้อย่างไร เหลือเชื่อ ถ้ารวบรวมเรียงร้อยถ้อยความกว่า 80 เรื่อง ราวเสียด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาคงจะใช้คำว่า ฟลุ๊ค ไม่ได้เสียแล้ว จนกระทั่งผู้เขียนได้มีโอกาสพบเจอกัลยาณมิตรที่มากด้วยญาณทัสสนะ และครูบาอาจารย์ที่นับถือได้ให้คำชี้แนะให้ผู้เขียนลองปฎิบัติสมาธิอย่างถูก ต้องและจริงจังดู ท่านว่าจะได้รู้ว่าที่คิดว่าฟลุ๊คน่ะ แท้จริงมันเป็นอย่างไร จากนั้นผู้เขียนก็หมั่นฝึกปฎิบัติสมาธิเรื่อยมาจวบจนทุกวันนี้ และวันนี้สิ่งที่ผู้เขียนคิดเสมอว่า นรก อาจจะมีจริง แต่คงไม่น่าเกลียดน่ากลัวอย่างภาพวาดจินตนาการหลอกเด็กเป็นแน่แท้ ผู้เขียนคงต้องปรับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่แล้ว เพราะ คืนหนึ่งหลังจากที่ทำสมาธิเป็นปกติวิสัย ก็ได้นิมิตเห็นสถานที่หนึ่ง ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นที่ใด เห็นแต่คนชายหญิงใส่ชุดสีขาวยืนเข้าแถวเรียงรายยาวสุดสายตา บังเอิญผู้เขียนซึ่งเหมือนไปยืนมองเขาอยู่ห่าง ๆ แถว สายตาเหลือบไปเห็นคนที่ผู้เขียนรู้จักและยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันด้วย เขายืนต่อแถวอยู่ ใจ ก็สงสัยว่าเขาจะเข้าแถวไปขึ้นรถไปเที่ยวที่ไหนกันหนอ เลยคิดส่งเสียงร้องถามคนที่รู้จัก ซึ่งเสียงที่พูดออกไปมันออกไปโดยที่ผู้เขียนมิได้อ้าปากพูดเลยแม้แต่น้อย อาจเป็นได้ว่าพอจิตเราคิดกระแสเสียงมันก็ออกไปโดยที่เราไม่ต้องพูดเหมือนใน โลกมนุษย์ ผู้ เขียนถามเขาว่ากำลังจะเข้าแถวขึ้นรถไปเที่ยวไหนกันหรือ ขอไปเที่ยวด้วยคนได้ไหม ว่าแล้วเขายังไม่ทันตอบเพียงแค่หันหน้ามามองผู้เขียน ผู้ เขียนก็รีบเดินเข้าไปต่อแถวกับเขาเสียแล้ว ( เขายังไม่ได้เชิญเลยนะเนี่ย เกือบไปแล้ว) พอต่อแถวได้เท่านั้น ก็มีชายร่างใหญ่ รูปร่างกำยำผิดมนุษย์ สูงใหญ่ โผล่มาจากไหนไม่ทราบ เดินเข้ามาประชิดตัวผู้เขียน ชนิดหน้าจะชนหน้ากันอยู่แล้ว ถ้าอยู่ในมิติจริงของมนุษย์เรา ผู้เขียนคงช็อค หมดสติไปแล้วเป็นแน่ ดีนะที่อยู่ในนิมิตที่เกิดจากการทำสมาธิ สติมันเลยยังคงอยู่ ก็จะไม่ให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า. ใน เมื่อ ส่วนศีรษะของชายผู้นั้นไม่ใช่ศีรษะหน้าตาเหมือนมนุษย์เรา ถ้าจะพูดกันภาษาชาวบ้านแล้ว ก็เรียกได้ว่า อสูร ชัด ๆ น่าเกลียดน่ากลัวสุดเกินคำบรรยายเท่าที่ผู้เขียนเคยพบเจอมา ดีว่าสติยังคงดีอยู่ ก็ได้แต่จ้องหน้าเขา เขาก็จ้องหน้าผู้เขียนเข้ามาชิดจนหน้าเกือบจะชนกัน ชนิดถ้าเป็นมนุษย์ด้วยกันใกล้ขนาดนี้ประหนึ่งคงรักกันเสียเต็มประดา พลันกระแสเสียงของอสูรท่านนั้นก็เปล่งออกมาก้องกังวาน ว่า " เจ้าคิดจะแอบลงไปดูเรื่องราวในนรกภูมิเรอะ " เสียงย้ำแต่ประโยคนี้นับครั้งไม่ถ้วน พร้อม ก้าวเข้ามาชิดตัวผู้เขียนทีละก้าว ผู้เขียนก็ถอยหลังหนีทีละก้าวเช่นกันโดยไม่ได้ตอบอะไรทั้งสิ้น (แต่ตอนนี้คิดในใจ อพิโถ...แค่เห็นหน้าก็นึกอะไรไม่ออกแล้ว จะมาย้ำถามอะไรกันหนอ ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ทั้งสิ้น เพราะฉันไม่รู้เลยว่าเขาเข้าแถวกันเพื่อรอเรียงหน้ากระดานไปทัวร์นรกภูมิกัน ) น่าสะพรึงกลัวชนิดเกิดมาไม่เคยพบเจอ เขาก้าวไล่ผู้เขียนจนผู้เขียนถอยหลุดออกมาจากแถว ได้สักระยะ ชายศีรษะอสูรจึงหายไป..... พร้อม กับภาพตรงนั้นก็หายไป กลายเป็นภาพเหมือนกำแพงสถานที่ใดสักที่หนึ่ง ไม่ใช่สถานที่ธรรมดาเป็นแน่ เพราะทั้งกำแพงยาวสุดสายตาเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแผดเผาลุกโชน เผาผลาญอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ดับรู้สิ้น เสียงภาพผู้คนที่อยู่ภายในกำแพงเพลิงที่เห็นอยู่ลิบ ๆ นั้นต่างดิ้นทุรนทุรายโหยหวนกรีดร้องด้วยความทุกข์ทรมานท่ามกลางเปลวเพลิง แค่นี้ก็ไม่อยากเห็นภาพอื่นต่ออีกแล้ว ช่างน่าสะพรึงกลัว น่าเวทนาเหลือเกิน สุดคำบรรยายแล้ว พลันภาพก็เปลี่ยนไปหยุดอยู่ที่. ชาย คนหนึ่ง รูปร่างเหมือนคนเราปกตินี่แหละ นั่งอยู่บนที่นั่งคล้ายบัลลังภ์สูงเหนือศีรษะคนสักสองเท่าตัวเห็นจะได้ แต่ผู้เขียนไม่เห็นหน้าของท่าน เพราะทั้งกายศีรษะจรดปลายเท้าของท่านเปล่งรัศมีแสงสีทองเจิดจ้าออกมา จนผู้เขียนไม่สามารถมองเห็นหน้าตาท่านได้ เพียงแต่รับรู้ด้วยจิตได้เท่านั้นว่าท่านคือ พญายมราช นั่นเอง แล้ว ทุกอย่างก็คืนสู่สติดังเดิม หลังจากนิมิตเรื่องราวนี้ผู้เขียนได้ปรึกษาครูบาอาจารย์ที่ผู้เขียนเคารพ ท่านว่า ที่ผู้เขียนเห็นนั้นก็เป็นจริงอยู่ คนที่จะตกลงไปยังอบายภูมิมิใช่คนธรรมดาทั่วไปที่สร้างบาปสร้างกรรมหรอก แม้นุ่งขาวอยู่อย่างที่เห็นก็หาพ้นไม่หากตกอยู่ในความประมาทแห่งชีวิต และการที่เราเห็นหน้าคนที่รู้จักชัดเจนต่อแถวรอลงไปอยู่ทั้ง ๆ ที่ยังมีชีวิต แสดงว่า เขาเปิดให้ช่วยบุคคลผู้นั้นยังคงพอมีหนทางแก้ไขให้พ้นกรรมจากการต้องลงไปนรก ภูมิในกาลเบื้องหน้าด้วย ให้หมั่นบอกบุญให้เขาร่วมอนุโมทนา สร้างบุญสร้างกุศลให้มาก ๆ จะได้ไม่ต้องลงไปในนั้น ยังพอมีทาง. วันนี้ สำหรับตัว ผู้เขียนคงคิดแบบสมัยเด็ก ๆ ไม่ได้อีกแล้ว ว่า นรก – สวรรค์ เป็นแค่เรื่องเล่าหลอกเด็ก หรือกล่าวคำว่า ไม่มีจริง ผู้เขียนขอเล่าเรื่องนี้ไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเพื่อนมนุษย์ให้พึงระวัง พึงสำรวมกรรม มิได้เจตนาอวดอ้างสิ่งใดหรือเพื่อผลประโยชน์อันใด ก็เป็นเพียงนิมิตเรื่องหนึ่งในจำนวนทั้งหมดที่อยากนำมาถ่ายทอดเพื่อให้เพื่อนมนุษย์ได้หมั่นสร้างกุศลกรรมกันไว้ให้มากยิ่งขึ้นจะได้ไม่ต้องไปเข้าแถวต่อคิวไปเที่ยวทัวร์นรกภูมิแบบที่ผู้เขียนได้บังเอิญมีโอกาสเห็น หากผู้ใดอ่านแล้วสร้างกุศลกรรมมากขึ้น ผลแห่งกุศลอันเกิดจากบทความนี้ทั้งหมดผู้เขียนขอน้อมนำถวายเป็นกุศลแด่ท่านพญายมราช และท่านผู้คุมเมืองนรกทุกท่านเพราะถ้าไม่ใช่ท่านเปิดโอกาสให้ผู้เขียนเห็น ก็คงไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับนรก มาเขียนเล่าให้ทุกท่านได้รับรู้เช่นกัน “ กฎแห่งกรรมไม่เคยละเว้นผู้ใด ไม่ว่าด้วยเพียง วจีกรรม ...มโนกรรม...กายกรรม.. .....เป็นสิ่งที่พึงจำ ! ….สาธุ !

.......ศศิริยะ.......

ปาฏิหาริย์ แรงบุญ-แรงกรรม ใครว่าไม่มีจริง

 

โดย....ศศิริยะ

จัดทำโดย....อชิรญาณ์กรุ๊ป

วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ

โดย บริษัท อมรินทร์บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด

( ร้าน นายอินทร์ ซีเอ็ดบุ๊ค และร้านอื่น ๆ ทั่วประเทศ)

หากไม่พบหนังสือ ท่านสามารถติดต่อสอบถามสั่งซื้อได้จาก
แคชเชียร์ทุกร้าน และสอบถามได้ว่าเหลืออยู่ที่ร้านสาขาใดบ้าง

ส่งท้ายปีเก่า....ต้อนรับปีใหม่....ให้สิ่งดี ๆ กับชีวิต
คิดดี...พูดดี...ทำดี...เริ่มต้นวันนี้...ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป.



หลังจากที่กัลยาณมิตรหลายๆ ท่านได้อ่านหนังสือปาฏิหาริย์ แรงบุญ-แรงกรรม ใครว่าไม่มีจริง จบแล้ว

ได้เกิดการรวมกลุ่มพูดคุย สนทนาธรรมะง่าย ๆ สไตล์ ศศิริยะขึ้นมาที่ เว็ปบอร์ดพลังจิต ณ เรือนพญานาค

ซึ่งบางข้อความมีประโยชนอย่างยิ่ง จึงได้คัดลอกบางส่วนมารวบรวมไว้ ณ ที่แห่งนี้

หน้าแรก: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40
41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80
81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114
115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 142 143
144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 161 162 163 164 165 166 167 168 169 170 171 172
173 174 175 176 177 178 179 180 181 182 183 184 185 186 187 188 189 190 191 192 193 194 195 196 197 198 199 200 201
202 203 204 205 206 207 208 209 210 211 212 213 214 215 216 217 218 219 220 221 222 223 224 225 226 227 228 229 230
231 232 233 234 235 236 237 238 239 240 241 242 243 244 245 246 247 248 249 250 251 252 253 254 255 256 257 258 259
260 261 262 263 264 265 266 267 268 269 270 271 272 273 274 275 276 277 278 279 280 281 282 283 284 285 286 287 288
289 290 291 292 293 294
295 296 297 298 299 300 301 302 303 304 305 306 307 308 309 310 311 312 313 314 315 316 317
318 319 320 321 322 323 324 325 326 327 328 329 330 331 332 333 334 335 336 337 338 339 340 341 342 343 344 345 346
347 348 349 350 351 352 353 354 355 356 357 358 359 360 361 362 363 364 365 366 367 368 369 370 371 372 373 374 375
376 377 378 379 380 381 382 383 384 385 386 387 388 389 390 391 392 393 394 395 396 397 398 399 400 401 402 403 404
405 406 407 408 409 410 411 412 413 414 415 416 417 418 419 420 421 422 423 424 425 426 427 428 429 430 431 432 433
434 435 436 437 438 439 440 441 442 443 444 445 446 447 448 449 450 451 452 453 454 455 456 457 458 459 460 461 462
463 464 465 466 467 468 469 470 471 472 473 474 475 476 477 478 479 480 481 482 483 484 485 486 487 488 489 490 491
492 493 494 495 496 497 498 499 500 501 502 503 504 505 506 507 508 509 510 511 512 513 514 515 516 517 518 519 520
521 522 523 524 525 526 527 528 529 530 531 532 533 534 535 536 537 538 539 540 541 542 543 544 545 546 547 548 549
550 551 552 553 554 555 556 557 558 559 560 561 562 563 564 565 566 567 568 569 570 571 572 573 574 575 576 577 578
579 580 581 582 583 584 585 586 587 588 589 590 591 592 593 594 595 596 597 598 599 600 601 602 603 604 605 606 607
608 609 610 611 612 613 614 615 616 617 618 619 620 621 622 623 624 625 626 627 628 629 630 631 632 633 634 635 636
637 638 639 640 641 642 643 644 645 646 647 648 649 650 651 652 653 654 655 656 657 658 659 660 661 662 663 664 665
666 667 668 669 670 671 672 673 674 675 676 677 678 679 680 681 682 683 684 685 686 687 688 689 690 691 692 693 694
695 696 697 698 699 700 701 702 703 704 705 706 707 708 709 710 711 712 713 714 715 716 717 718 719 720 721 722 723
724 725 726 727 728 729 730 731 732 733 734 735 736 737 738 739 740 741 742 743 744 745 746 747 748 749 750 751 752
753 754 755 756 757 758 759 760 761 762 763 764 765 766 767 768 769 770 771 772 773 774