“รวมเรื่องราวเร้นลับ เล่าสู่กันฟัง...จากชีวิตจริง
และเรื่องจาก
เด็กอภิญญา อายุ 13
ที่อาจทำให้ทุกท่าน ไม่สามารถหลงลืม
ความหมายของคำว่า " กฏแห่งกรรม "
ไปตราบนานเท่านาน”
รวมเรื่องราวเตือนสติ...จาก เว็ปบอร์ดพลังจิต ณ. เรือนพญานาค
# กระทู้เมื่อ :10-06-2008, 10:13 AM #
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ แม่หมูอ้วน อ่านข้อความ
ขอบ คุณมากนะคะ ที่เข้าใจและห่วงใย และมีไมตรีกุศลต่อผู้เขียนและลูก วางใจเถอะค่ะ กว่าที่ผู้เขียนจะมาถึงจุดนี้ชีวิต ณ วินาทีนี้ ผู้เขียนเจอมาทุกรสจนจะเรียกว่าอุเบกก็ได้แล้วกับคำว่า "คน" แต่ก็ยังไม่กล้าใช้คำ(อุเบก)นี้ เพราะผู้เขียนยังใช้ชีวิตธรรมดา ยังมีปรุงแต่งตามสภาวะสังคม ยังไม่ได้โกนผมนุ่งขาวตลอดชีวิต ฉะนั้นแค่คำปรามาสไร้แก่นสารสาระพวกนั้น ไม่ได้มีอิทธิพลกับผู้เขียนและลูกหรอกค่ะ ไม่งั้นคงกลับเข้าป่า ไม่ฟังกระแสเสียงเรียกร้องจากคนที่เป็นทุกข์เป็นครั้งที่สองแล้ว แม้ว่าจะกลับมาในแบบใหม่ก็ตามที ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรสำหรับผู้เขียนและลูกเลย
แต่ บังเอิญอย่างที่บอก เมื่อมันไม่ใช่อาชีพ เราก็ไม่จำเป็นต้องไขว่คว้า ตะกละตะกลามอยากได้ของใคร รีบตระครุบผลประโยชน์ หรือต้องทำร้ายใครเพื่อรักษาผลแห่งตน แบบดูๆเดาๆทั่วไป หรือจะพูดแบบบ้าน ๆ ก็ ของจริงไม่จำเป็นต้องง้อใคร สุดแต่ใจจะไขว่คว้า ไม่มีใครมาฉันก็ไม่อดตาย สบาย จริงไหมคะ หากผู้เขียนหามีเมตตาเป็นที่ตั้งสักนิดไม่ คงประกาศทำมาหากินรวยไปแล้วแต่แรก เพราะช่วยไปก็เยอะโดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทนนี่คือความจริง
ทำไม ผู้เขียนถึงประกาศยุติในผู้คนเซทแรก เปล่าค่ะ ไม่ได้หมดเมตตา หรือไหวหวั่นคำครหา แต่ วัตถุประสงค์ที่อยู่ในใจผู้เขียนที่ไม่ได้บอกทุกท่านแต่แรกเลยที่ตอบตกลง ยินดีช่วยโดยไม่เรียกร้องใด ๆ ก็คือ ผู้เขียนต้องการฝึกจิตของคน ให้พร้อมที่จะเป็นผู้รับที่ดี และในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ให้ที่ดีที่ออกมาจากจิตเบื้องลึกด้วยตัวเองเช่น กัน (ผู้เขียนค่อนข้างเป็นคนขี้เล่นนะ สำหรับคนที่รู้จักกันดีเขาจะรู้ และก็ชอบลองใจคน ทดสอบจิตคนนะ) เปล่า ผู้เขียนไม่ได้อยากได้เงินทองสิ่งของจากใคร เพราะอย่างที่บอกตอนนี้ก็สุขตามอัตภาพ แต่ผู้เขียนคิดเสมอว่า ที่สังคมเราทุกวันนี้มันวุ่นวาย จนผู้คนรวมทั้งเรา ๆ ท่าน ๆ เดือดเนื้อร้อนใจ ไม่ใช่เพราะ ความไม่รู้จักการเป็นผู้ให้ที่ดีหรอกหรือ เมื่อคุณเป็นผู้ให้ที่ดีที่ออกมาจากจิตเบื้องลึกแท้ ๆ ของคุณไม่ได้ มันก็จะตามมาด้วยความเห็นแก่ตัว แก่งแย่งชิงดี ฆ่าฟันกันเพื่อผลประโยชน์แห่งตนในที่สุด นี่ไง หากคุณมีคำว่า รู้จักคำว่า "ให้" กันทุกคน คิดดูสิว่าสังคมแวดล้อมตัวเราลูกหลานเรามันจะน่าอยู่แค่ไหน จริงไหมคะ
นี่คือเป้าหมายที่จะดูจิตดู ใจคน สอนคนด้วยการกระทำแบบลึก ๆ ที่ไม่ได้บอกใคร เพราะหากบอกก็คงไม่รู้ใจคน การรู้จักให้ หากต้องเป็นการวางกฎบังคับ มันก็ไม่ได้ออกมาจากจิต แล้วเมื่อไหร่สังคม "คน" จะยกระดับขึ้นไปเป็น "มนุษย์"โดยสมบูรณ์เสียที จะสงบสุขมีแต่ความเอื้ออาทรกันเสียที ในเมื่อเด็กอายุ 13 ยังบอก เวลาที่ได้ให้ เขารู้สึกหัวใจพองโตอย่างมีความสุขมากเสียกว่าได้รับของมีค่าเป็นไหน ๆ แล้ววันนี้พวกผู้ใหญ่ล่ะ คิดแบบน้องเขาบ้างหรือยัง
บาง ท่านที่ได้รับความช่วยเหลือไปก็เป็นผู้รับที่ดี และพร้อมจะเป็นผู้ให้ที่ดี แม้เป็นเพียงคำพูดนามธรรม แค่นี้ผู้เขียนกับลูกก็ซาบซึ้งอิ่มใจแล้ว แต่บางท่านก็ไม่มีเลยแม้คำพูด บางรายหนักไปอีกเหมือนเด็กพออยากได้ขนมก็ร้องฟูมฟายต้องได้ให้ได้ทุกวัน พอได้ไปแม้คำขอบคุณสักคำก็ยังไม่มี อุตส่าห์ถามกลับไปด้วยความห่วงใยว่าเข้าใจถูกต้องไหม ก็ไม่มีคำตอบกลับมาต่างจากตอนร้องขอ บางรายก็แฝงเจตนาไม่ดีอยากรู้เพื่อนำไปปรุงแต่งเพื่อผลบางอย่างแห่งตน (อย่านึกว่าไม่รู้นะ)อันจะนำมาซึ่งความเดือดร้อนให้ผู้อื่น
นี่ ไงคือเหตุที่ผู้เขียนไม่เล่าถึงวิธีแก้ไข เพราะแม้เรารู้อยู่แล้วว่ากรรมแต่ละคนไม่เหมือนกัน การขอโทษมันก็ต้องต่างกัน แต่ผู้มีจิตไม่ดีก็สามารถนำไปปรุงแต่งตามท้องเรื่องให้ใกล้เคียงกับน้อง เพื่อให้ผู้คนเชื่อศรัทธาว่าเหมือนกัน สุดท้ายก็จะไปจบลงที่เรียกร้องเงินทองมากมาย เสียเงินไม่ว่าแต่แก้ไม่ได้นี่สิยิ่งทุกข์หนักกว่าเดิม คุณว่าจริงไหมคะ นี่แหละคือสิ่งที่ผู้เขียนกลัวที่สุด ถึงไม่เล่าในที่สาธารณะ ขนาดเรื่องกรรมในอดีตชาติบางท่านยังไม่อุเบกเลยว่ามันคนละชาติกันแล้ว ยังเกิดความอายไม่กล้าออกมาเล่ากลัวคนประนามเลย ผู้เขียนก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไร นานาจิตตัง อยากนะที่จะเล่าให้รู้ว่าทำกรรมใดส่งผลใด บางเคส ผู้เขียนเองยังอึ้งนึกไม่ถึง มันเป็นอุทาหรณ์ที่ดีมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังจะสร้างอกุศลกรรม แต่ก็จนปัญญา
ผู้ เขียนบอกทุกท่านที่ได้รับความช่วยเหลือไปเสมอนะ ว่า ที่ดูมั่งเดามั่ง อย่างเก่งก็อ้างอิงธรรมะเปรียบเทียบที่มีอยู่ตามหนังสือนะ ปรุงรสมั่งต่อเติมมั่ง แต่นี่คนหนึ่งก็เรื่องหนึ่งไม่ซ้ำ บางรายกรรมแยบยลสลับซับซ้อนจนผู้เขียนเองก็ นิ่ง ไปเหมือนกันเมื่อได้ฟังจากลูก หากเด็กมีจินตนาการล้ำเลิศพูดเองเออเองได้ขนาดนี้สอดคล้องโยงใยเหตุแห่งผล กรรมได้ขนาดนี้ ผู้เขียนบอกทุกท่านเสมอว่า ฉันให้ลูกมานั่งเขียนนิยายขายดีกว่า คงรวยในพริบตา สบายใจกว่ากันเยอะเลย ท่านว่าจริงหรือไม่
ขอให้วางใจ ท่านที่เป็นห่วงเป็นใยกันมาว่าเกรงจะโดนทำร้ายให้สาหัสผ่านหน้าจอคอม จากผู้มีอิทธิพลทางจิต บอกน้องเขาแล้วนะคะ ว่าท่านเป็นห่วง น้องเขาหัวเราะยิ้ม ๆ ค่ะ แล้วบอกว่าฝากขอบพระคุณในความห่วงใยแต่ไม่ต้องห่วงหนู หากใครทำได้แบบนั้นน้องฝากบอกไปช่วยชาตินั่งหน้าจอคอมเอารูปโจรใต้ขึ้นมาที่ ละคน แล้วจัดการโจรผ่านจอ ช่วยตำรวจดีกว่ามั๊ย ชาติจะได้สงบสุข ตำรวจจะได้ไม่เหนื่อย แถมได้รับยกย่องเป็นวีรบุรุษวีรสตรีด้วย ก็มุกเด็กขำ ๆ กันไป น้องเขาเป็นเด็กขี้เล่น พูดสนุก อย่าถือสา
โอกาสหน้าคงได้คุยกันใหม่นะคะ
ศศิริยะ

โดย....ศศิริยะ
จัดทำโดย....อชิรญาณ์กรุ๊ป
วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ
โดย บริษัท อมรินทร์บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด
( ร้าน นายอินทร์ ซีเอ็ดบุ๊ค และร้านอื่น ๆ ทั่วประเทศ)
หากไม่พบหนังสือ ท่านสามารถติดต่อสอบถามสั่งซื้อได้จาก
แคชเชียร์ทุกร้าน และสอบถามได้ว่าเหลืออยู่ที่ร้านสาขาใดบ้าง
ส่งท้ายปีเก่า....ต้อนรับปีใหม่....ให้สิ่งดี ๆ กับชีวิต
คิดดี...พูดดี...ทำดี...เริ่มต้นวันนี้...ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป.