“รวมเรื่องราวเร้นลับ เล่าสู่กันฟัง...จากชีวิตจริง
และเรื่องจาก
เด็กอภิญญา อายุ 13
ที่อาจทำให้ทุกท่าน ไม่สามารถหลงลืม
ความหมายของคำว่า " กฏแห่งกรรม "
ไปตราบนานเท่านาน”
รวมเรื่องราวเตือนสติ...จาก เว็ปบอร์ดพลังจิต ณ. เรือนพญานาค
# กระทู้เมื่อ :09-06-2008, 07:42 PM #
สวัสดีค่ะ ท่านกัลยาณมิตร ท่านผู้มีกุศลจิต ไมตรีจิตทุกท่าน
ก่อนอื่นต้องขออภัยที่เงียบไป เนื่องจากนับตั้งแต่ก่อนน้องปิดเทอม จนถึงวันนี้
ผู้ เขียนและน้องก็ได้ทยอยช่วยเหลือท่านที่เดือดร้อนจริง ๆ และมีความจำเป็นจริง ๆ ที่ต้องรับความช่วยเหลือก่อนตามวาระกรรม โดยการพิจารณาของน้องเขาเอง ไปได้จำนวนหนึ่งมากพอสมควร แต่ที่ล่าช้าอย่างที่มีผู้สงสัยว่า ทำไมน้องใช้เวลาไม่มาก ป่านนี้ยังไม่ครบทุกคนหรือ ทำไมไม่แจ้งรายชื่อออกมา ขอตอบรวมที่ตรงนี้เลยว่า เมื่อไม่มีการเรียกร้องสิ่งตอบแทนใด ๆ กระแสผู้คนก็เข้ามาขอความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องธรรมดา ฉะนั้นการที่จะให้ครบนั้นคงเป็นไปได้ยากในขณะนี้ จึงต้องเลือกเฉพาะเคสที่สำคัญและถึงวาระกรรมนั้น ๆ อีกทั้งน้องใช้เวลาน้อยก็จริง แต่ผู้เขียนนี้แหละที่ต้องใช้เวลามากในการตอบกลับไปอธิบายรายละเอียดให้เข้า ใจ เพื่อจะได้ไปปฎิบัติกันอย่างถูกต้องไม่สับสน และทำผิด ซึ่งตัวผู้เขียนเองมีภาระหน้าที่ส่วนตัวอยู่ จะมีเวลาว่างก็แค่เพียงวันละ ไม่เกิน 1-2 ช.ม. ที่จะมาช่วยตรงนี้ มิได้มีเวลาตรงนี้ตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น ขอรบกวนทำความเข้าใจกันใหม่ และอีกอย่างที่ไม่ออกมาแจ้งรายชื่อผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือไปแล้ว ก็เพราะผู้เขียนต้องเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของท่านเหล่านั้นด้วย ไม่ใช่เป็นผู้ช่วยแล้วจะสามารถนำเรื่องออกมาเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหลายท่านก็ไม่ปรารถนาเผยแพร่โดยพร้อมเพรียงกัน อันเนื่องมาจากเหตุผลไม่อยากโดนผู้มีจิตอกุศลออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องส่วน ตัวของพวกเขาไปในทิศทางที่ไม่ดี ดังเช่นที่ผู้เขียนเคยโดนปรามาสไว้ ก็ต้องเคารพในความรู้สึกตรงนี้ของท่านเหล่านั้นไปตามระเบียบ ทั้ง ๆ ที่หลาย ๆ เรื่องผู้เขียนอยากหยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง เพราะกรรมของบางท่านสามารถเป็นอาจารย์สอนให้อุทาหรณ์ในเรื่องของกฎแห่งกรรม ที่น่าสนใจและดีมาก ๆ ทีเดียว ยิ่งกว่าเรื่องที่ผู้เขียนยกมาเล่าให้ฟังด้วยซ้ำ แต่ต้องขอแสดงความเสียใจในผู้ที่อยากทราบ ว่าผู้เขียนไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ ต้องเคารพเจ้าของเรื่องราวนั้น ๆ
และ ต้องขอประกาศมา ณ ที่นี้ว่า ผู้เขียนและน้องได้ยุติการให้ความช่วยเหลือท่านที่เหลือและไม่ได้ติดต่อกลับ ไปเพียงเท่าที่ผ่านมา ได้หลายวันแล้ว เนื่องจากน้องเขาทราบด้วยตัวเขาเองว่ามีผู้จิตไม่เป็นกุศลแทรกเข้ามาเพื่อผล บางประการ อีกทั้งยังมีเสียงครหาปรามาสออกมาเป็นระยะ ทั้งที่ยังอยู่ในกระทู้และที่ถูกเวปลบทิ้งไป น้องเขาทราบหมดทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เข้ามาอ่านอีกเลยนับจากวันที่เข้ามาตอบด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่วันนั้นเขาก็อ่านเพียงแค่ผ่าน ๆ ไม่กี่ข้อความเท่านั้น ด้วยซ้ำ
ผู้ เขียนและน้องก็ไม่ได้หวั่นไหวกับคำครหาปรามาสแต่อย่างใด เพียงแต่ไม่อยากเป็นผู้เปิดประตูนรกภูมิให้บุคคลเหล่านั้นแค่นั้น อีกทั้งเมื่อมาพิจารณาแล้ว และผู้เขียนก็ได้ช่วยเหลือตามที่กล่าวไว้แล้ว ก็ไม่มีเรื่องจำเป็นที่ต้องทำอีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องมานั่งอ่านคำปรามาสไร้สาระพวกนั้นให้เสียเวลา อย่างที่ประกาศแต่ต้นว่า นี่ไม่ใช่อาชีพของผู้เขียนและลูก ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ผู้เขียนก็ยังสามารถหาเลี้ยงตัวเองและลูกให้มีสุขได้ ตามอัตภาพ ไม่จำเป็นต้อง หากิน ทางนี้หรือด้วยการหลอกลวง สร้างกระแสความดังอะไรให้ตัวเองและลูกอย่างที่มีผู้กล่าวปรามาส น้องเป็นผู้ปิดแฟ้มทั้งหมดด้วยตัวเอง
การ ปิดทองต้องหน้าพระให้ชาวบ้านรู้ ต้องออกมาพูดกล่าวท้าประลองกันเหมือนรายการวาไรตี้ นั่นไม่ใช่วิสัยของผู้เขียนและลูก อีกทั้งบางเรื่องราวที่ถูกท้าทายว่าถ้าแน่จริงรู้จริงก็ออกมาพูดสิว่าอะไรจะ เกิดขึ้น ขอให้ท่านทำความเข้าใจเสียใหม่อย่างถ่องแท้ ในบางเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนท่านก็มิต้องการให้เป็นที่เปิด เผยอย่างกว้างขวาง ผู้เขียนและลูกไม่อาจกล้าสร้างกรรมให้ตัวเองเพียงเพื่อสนองความต้องการแบบ ไร้สติ เพียงเพื่อความอยากดัง หรือสนุกสนานเฮกันเวลารู้ผล แต่บุคคลที่ใกล้ชิดในสังคมก็มักได้รับรู้และได้ร่วมพิสูจน์ในสิ่งที่น้องบอก ด้วยความไม่ลบหลู่ในจิตกันอยู่เป็นเนือง ๆ อยู่แล้ว ไม่จำเป็น
ก่อน ที่ผู้เขียนยุติการให้การช่วยเหลือ ก็มีการบอกกล่าว บางท่านที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ และผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือบ้าง ก็มีเสียงขอร้องกลับมาว่าอยากให้ผู้ที่ไม่ได้สัมผัสกับน้องเหมือนที่ตัวเอง ได้รับซึ่งเป็นผู้มีจิตกุศลกรรมที่ดีจริง ๆ ได้มีโอกาสบ้าง จะได้รู้และมีโอกาสหลุดพ้นแบบตนเอง นี่คือเสียงที่ทำให้ผู้เขียนซึ่งเดินหันหลังให้แล้วอย่างถาวรต้องเริ่มไหว หวั่นและเหลียวหลังมาเล็กน้อย ต่างก็ให้คำแนะนำที่ดีในการสกรีนคน ร่วมด้วยช่วยกันสามัคคีกันดีเหลือเกิน ผู้เขียนก็ยังไม่รับปาก จนกระทั่ง เมื่อวันเสาร์ที่ 7 -6 -51 ที่ผ่านมาผู้เขียนไปทำธุระส่วนตัวอยู่นอกบ้าน เวลาประมาณ สิบโมงเช้า มีสายโทรศัพท์จากผู้ได้รับความช่วยเหลือไปท่านหนึ่ง โทรเข้ามาบอกจะขอรายงานผลให้ผู้เขียนทราบด้วยความดีใจ บอกว่าหลังจากที่ไปทำตามที่น้องแนะนำ วันนี้ลูกของเขาซึ่งพูดไม่ได้เสียงไม่ออกมากว่าหกปี จนคุณหมออาจฟันธงเป็นออทิสติกร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่น้องบอกเด็กคนนี้จะเปล่งเสียงพูดได้ เพราะที่เขาพูดไม่ได้เนื่องมาจากกรรมที่ตามมาทันวาระนั่นเอง แต่ระยะเวลาแก้ไขตามที่เจ้ากรรมนายเวรบอกค่อนข้างนาน 6 เดือน ผู้เขียนคาดและบอกเขาว่าปีใหม่เขาจะได้ยินเสียงลูกเป็นของขวัญที่ดีสำหรับ เขานะหากทำตามที่น้องพูด หรืออาจมีปาฎิหาริย์เกิดขึ้นก่อนกำหนดเหมือนรายอื่น ๆ ก็ได้ อย่าท้อ นี่คือคำพูดที่ผู้เขียนกล้าพูดตรงนี้ว่าเป็นผู้พูดกับคุณแม่ท่านนั้นด้วยตัว เอง และขณะนี้เพียงแค่สองอาทิตย์ที่เขาตั้งใจทำด้วยจิตกุศลอันแรงกล้า วันนี้เด็กชายผู้นั้นเริ่มถูกปลดปล่อยพันธนาการแห่งกรรมนั้นให้เปล่งเสียง พูดออกมาให้ผู้เป็นแม่ชื่นใจเป็นของขวัญก่อนปีใหม่ล่วงหน้าแล้ว เกินคาด ผู้เขียนและลูกต้องขอแสดงความยินดีด้วยกับครอบครัวของบุคคลที่กล่าวถึง เขาบอกว่าเคยเข้ามาเขียนกระทู้ขอบคุณผู้เขียนแล้วเป็นกระทู้ใหม่แต่อาจมีคน อ่านเจอน้อยมาก ไม่ทราบไปอยู่หน้าไหนแล้ว และเดี๋ยวถ้าว่างจากงานเขาจะเข้ามาเขียนแจ้งผลด้วยตัวเองในกระทู้ของเขา
วันนี้ อย่างน้อยผู้เขียนและลูกที่เคยทำให้เพียงแต่ผู้คนรอบตัวในสังคมได้ประจักษ์ ในตัวน้อง วันนี้ผลออกมาเป็นที่ประจักษ์ในสังคมระดับสาธารณะชนแล้วว่า ผู้เขียนและลูกเป็นอย่างไร คำว่าของจริง กับหลอกลวงสร้างกระแส มันมีความแตกต่างกันอย่างไร
ผู้ที่ได้ทราบเรื่องนี้ต่างก็ยินดี และเรียกร้องให้ผู้เขียนและน้องหันกลับมาอีกครั้ง
แต่ให้ตั้งกติกา โดยเก็บค่าตอบแทนจำนวนหนึ่ง เพื่อ
- เป็นค่าเสียเวลาให้น้องที่ต้องเสียเวลาส่วนตัวไปกับบางท่านที่ไม่ได้มีความ ตั้งใจจริงที่จะแก้ไข เพียงแค่อยากรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ซึ่งเคสนี้เจอมาแล้ว
- เพื่อเป็นการสกรีนคนให้ลดจำนวนลง และพ้นจากคำครหา ฝนตกไม่ทั่วฟ้าและคนที่ไม่ได้ทุกข์จริงให้น้อยลง
- เพื่อลดปัญหาผู้ที่มีเจตนาอื่นแอบแฝงให้ลดลงไป
- เพื่อให้น้องนำเงินส่วนหนึ่งหลังจากปรึกษาเขาแล้วน้องบอกว่าจะนำไปซื้อข้าว สารที่แพงขึ้นทุกวันๆ ไปทำบุญให้สถานปฎิบัติธรรมในที่ต่าง ๆ ให้ผู้ที่ไปปฎิบัติได้มีรับประทานกันอย่างพอเพียงในระหว่างปฎิบัติธรรม
ขอ ประกาศให้ทราบกันด้วยความจริงใจ และชัดเจน ว่านี่ไม่ใช่เป็นการ หากิน เพราะไม่ใช่อาชีพอย่างที่บอก และไม่ได้เป็นการหันกลับมาเองหรือคิดเอง หากใครจะออกมาปรามาสว่ามาทำมาหากินสร้างกระแส ก็ขอให้กลับไปอ่านทบทวนเสียใหม่ และที่สำคัญ การหันกลับมาครั้งนี้มิใช่เป็นการถาวรเป็นอาชีพ น้องบอกว่าจะขอกลับมาแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ซึ่งยังไม่แน่ใจว่ากี่วัน
ท่าน ใดที่คิดว่าตนเองมีความทุกข์มีกรรมที่อยากรู้เหตุแห่งกรรม และอยากแก้ไขจริง ๆ ด้วยความตั้งใจ ขอย้ำ ด้วยความตั้งใจ และสามารถรับกติกานี้ได้ และต้องการร่วมกุศลกับน้อง ก็ขอให้ติดต่อสอบถามแจ้งความจำนงเข้ามาที่ sasiriya6699@yahoo.com
**** หากท่านใดที่มิได้ทุกข์จริง เพียงแค่อยากรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ขออนุญาตแนะนำ ขอให้ท่านเก็บเงินอันมีค่าของท่านไว้ดำรงชีพในยุคข้าวยากหมากแพง
เพราะ ไม่ว่ามากหรือน้อยเงินทุกบาทผู้เขียนคิดว่าน่าจะมีค่าในการดำรงชีวิตของท่าน ได้บ้างไม่มากก็น้อย และเพื่อให้ผู้ที่ทุกข์จริงได้มีโอกาสได้รับคำชี้แนะจากน้องด้วย ในระยะเวลาจำกัดนี้ ซึ่งผู้เขียนไม่สามารถกำหนดแทนน้องเขาได้
* ส่วนท่านที่อยากสนทนาธรรม อยากรู้จัก ผู้เขียนก็ยินดีค่ะ แต่กรุณาส่งหัวข้อเข้ามาว่าสนทนาธรรม จะได้แยกง่ายและเป็นระเบียบกว่าที่ผ่านมา และจะพยายามติดต่อกลับไป แต่อาจช้าหน่อยนะคะก็ต้องขออภัยล่วงหน้า ค่ะ
ท้าย นี้ ขอให้ผลบุญกุศลที่น้องเขาสร้างจนเป็นที่ประจักษ์ในสาธารณะชนแล้วนี้ จงส่งผลให้ทุกท่านที่มีจิตอันเป็นกุศล จงมีแต่ความสุข มีความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นปัจจัยให้ถึงซึ่งทางแห่งความหลุดพ้นไปสู่พระนิพพานโดยถ้วนหน้าในชาตินี้ ภพนี้ด้วย เทอญ สาธุ.
( ท่านที่อยากทราบชื่อน้องและถามกันเข้ามาเยอะ ต้องขออนุญาตไม่บอกนะคะ ก็เรียกเขาไปแบบนั้นแหละค่ะ ดีแล้วเขาบอก เพราะเขาไม่อยากดัง ไม่อยากให้ใครยึดติดชื่อเขาค่ะ เวลาที่เขาหันหลังกลับจะได้ไม่มีปัญหาชื่อติดอยู่ในใจของใคร เขาว่างั้น ก็คงต้องว่าตามกันค่ะว่า ชื่อนั้นสำคัญไฉน สาธุ )
ศศิริยะ

โดย....ศศิริยะ
จัดทำโดย....อชิรญาณ์กรุ๊ป
วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ
โดย บริษัท อมรินทร์บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด
( ร้าน นายอินทร์ ซีเอ็ดบุ๊ค และร้านอื่น ๆ ทั่วประเทศ)
หากไม่พบหนังสือ ท่านสามารถติดต่อสอบถามสั่งซื้อได้จาก
แคชเชียร์ทุกร้าน และสอบถามได้ว่าเหลืออยู่ที่ร้านสาขาใดบ้าง
ส่งท้ายปีเก่า....ต้อนรับปีใหม่....ให้สิ่งดี ๆ กับชีวิต
คิดดี...พูดดี...ทำดี...เริ่มต้นวันนี้...ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป.